วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556

ประโยชน์และการใช้งาน Smart Phone

ประโยชน์ของ สมาร์ทโฟน…

สมาร์ทโฟนนั้นที่นอกเหนือจากการที่ใช้โทรเข้าออกแล้ว แต่โทรศัพท์มือถือนั้นจะสามารถนำมาประยุกต์ ใช้ให้เป็นประโยชน์ที่มากมาย วัตกรรมทางเทคโนโลยีและด้านไอทีทางการสื่อสารที่อันเป็นทันสมัยในปัจจุบัน สมาร์ทโฟน นั้นจะสามารถนำมาใช้เป็นบัตรควบคุมการเข้าออก หรือ access card จ่ายค่าอาหาร หรือบัตรผ่านขึ้นเครื่องบินในสนามบินบางประเทศแล้วอีกด้วย
         และสิ่งที่เป็นนวัตกรรมแห่งอนาคตเหล่านี้และอีกมากมาย นั้นจะสามารถพบได้ในงานมหกรรมแสดงเทคโนโลยี Cards & Payments Asia 2012 ซึ่งเป็นงานแสดงเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ที่รวบรวมสุดยอดเทคโนโลยี หรือ Smart Technology และนวัตกรรมอันทันสมัยที่หลากหลายที่มีการพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม  
          งานมหกรรมแสดงเทคโนโลยี Cards & Payments Asia 2012 ได้มีการจัดอย่างต่อเนื่องกันมาถึง 17 ครั้ง  งานนวัตกรรมแห่งอนาคตนี้ได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 25-27 เมษายน ศกนี้ ณ บริเวณชั้น 4 Hall 401-403 ของศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ

ผลดีของสมาร์ทโฟน ในการดำเนิน ธุรกรรมการเงินผ่านมือถือ
       บริษัท M2CASH หนึ่งในผู้สนับสนุน ของงานมหกรรมฯ ได้นำระบบโอนเงินที่ทันสมัยมาแสดงในงานครั้งนี้ โดยการนำเทคโนโลยีของ Virtual Card มาพัฒนา ผู้ใช้ระบบมือถือสามารถรองรับระบบนี้ได้ ถึงแม้ว่าจะไม่บัญชีธนาคาร หรือบัตรเอทีเอ็ม นั้นจะทำการยืนยันข้อมูลของผู้รับ และผู้ส่งสามารถทำเสร็จภายใน 7 วินาที ระบบโอนเงินของ M2CASH เป็นระบบเดียวในโลกที่สามารถดำเนิน ธุรกรรมทางการเงินผ่านมือถือที่มีการตรวจสอบข้อมูลอย่างครบถ้วน และมีการปลอดภัยสูงอีกด้วย
        และในทุกๆ ปี นั้นจะมีประชากรกว่า 2 ล้านคนรอบโลก ได้มีการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศ นั้นจะมีมูลค่าประมาณ 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ วิธีการนี้จะช่วยทำให้การโอนเงินจากวิธีเดิมที่ช้า และต้องใช้เอกสารเป็นจำนวนมาก เป็นเรื่องที่ง่าย รวดเร็ว และปลอดภัย นับได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่อย่างมาก


การใช้งาน Smart Phone

ที่ใช้โทรศัพท์มือถือแบบธรรมดา ส่วนใหญ่จะใช้เพื่อโทรออก หรือรับสายโทรเข้า มีการส่งข้อความแบบ SMS (Short Message Service)และส่งรูปภาพแบบ MMS (Multimedia Messaging Systemซึ่งค่าใช้จ่ายรายเดือน ขึ้นอยู่กับการใช้งานและการเลือก Package สมมติว่าเดิมท่านมีค่าใช้จ่ายโทรศัพท์มือถือเดือนละ 700-800 บาท เมื่อเปลี่ยนมาใช้ Smart Phone โดยไม่เปลี่ยน Package หรือเปลี่ยนไม่ทัน หรือยังไม่ครบรอบบิล ค่าใช้จ่ายรายเดือนอาจจะเพิ่มขึ้นมากมาย เช่น เพิ่มเป็น 1,600 บาท หรือขึ้นไปเป็นหมื่นบาท โดยที่ท่านแทบจะไม่ให้ใช้งานInternet ส่งอีเมล์ หรือเข้าดู YouTube เลย ในกรณีดังกล่าวจะมี SMS แจ้งมาจากผู้ให้บริการว่าท่านได้เข้าไปใช้เครือข่าย 3G/GPRS/EDGEและค่าใช้จ่ายของท่านได้เพิ่มสูงขึ้นมากเขาก็จะมีบริการแนะนำให้รีบเปลี่ยน Package การใช้ใหม่ให้เหมาะสม ซึ่งท่านควรจะต้องรีบเปลี่ยนทันทีและจริงๆ แล้ว เมื่อมีการซื้อโทรศัพท์แบบ Smart Phone คนขาย หรือผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือควรจะต้องเน้นย้ำให้เปลี่ยน Package การใช้เสียใหม่ แต่มีคนจำนวนมากที่ซื้อโทรศัพท์จากตัวแทนจำหน่าย (Dealer) ซึ่งเพียงแต่ขายเครื่องให้บางรายก็ไม่ได้ให้คำแนะนำ และในกรณีเปลี่ยนSIM ไปเป็น Micro SIM เราก็ต้องไปให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทำให้ ซึ่งบางแห่งก็ไม่ได้ให้คำแนะนำในการเปลี่ยน Package การใช้เช่นกัน

ดังนั้นผู้ที่ต้องการเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือจากแบบธรรมดา มาเป็น Smart Phone เช่น iPhone 5, Samsung Galaxy SIII, Nokia Lumia 920 ถ้าท่านไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากที่จะเกิดขึ้นในเวลาอันสั้น ซึ่งอาจจะซื้อโทรศัพท์มือถือได้อีกเครื่องก็ควรพิจารณาการใช้ของท่านตามปกติก่อนว่าโทรออกเดือนละกี่นาที ส่ง SMS, MMS เดือนละกี่ครั้ง เป็นพื้นฐานซึ่งเช็คได้จากใบแจ้งหนี้ค่าโทรศัพท์รายเดือน แล้วเลือก Package Smart Phone ที่เหมาะสม เช่น สามารถใช้ 3G/EDGE/GPRS ได้ไม่จำกัด ใช้ Wi-Fi ได้ไม่จำกัด เป็นต้น แล้วขอเปลี่ยน Package ทันที แน่นอนว่า ค่าใช้จ่ายรายเดือนต่อไปนี้จะสูงขึ้น เพราะท่านใช้ Features ของ Smart Phone มากขึ้น โดยใช้ทั้งส่วน Voice และส่วน Data
 

หมายเหตุ : 
ในบาง
 Package ที่ระบุว่าใช้ 3G/EDGE ได้ไม่จำกัดนั้น ความจริงคือการใช้ Data จะจำกัดอยู่ที่ 2 หรือ  3 หรือ 5 GB ด้วยความเร็วสูงสุด (ซึ่งบางผู้ใช้บริการก็ไม่บอกแน่ชัดว่าเท่าไร คงขึ้นกับ Network ระยะทาง และจำนวนผู้ใช้) และเมื่อท่านใช้ครบตามปริมาณที่กำหนดแล้ว ก็ยังสามารถเล่นเน็ตต่อไปได้ไม่จำกัด แต่ความเร็วสูงสุดได้เพียง 64 ถึง 128 Kbps  ซึ่งลองนึกถึงสมัยก่อนที่ใช้อินเทอร์เน็ต โดยมีการ Dial ผ่านโมเด็มความเร็ว 64 Kbps มันไม่ค่อยมีประโยชน์แล้ว ในโลกแห่งการสื่อสารปัจจุบัน
ทำไมโทรศัพท์ Smart Phone จึงทำให้ค่าใช้จ่ายด้าน Data เพิ่มสูงมากขึ้น (ถ้าไม่เปลี่ยน Package)
1. โทรศัพท์แบบ Smart Phone มีการตั้งค่าเชื่อมต่อ 3G/GPRS/EDGE/Roaming ได้ การเชื่อมต่อทำได้โดยการเปิด Use Packet Data เช่น กรณีของ Samsung Galaxy SIII สามารถทำได้โดย

1.1 ตั้งแถบบน แตะที่ Mobile Data (A

1.2 
เข้าที่ Setting Data Usage แตะ Mobile Data หรือ เข้าที่ Setting  --> Data Usage แตะ More Setting  --> MobileNetwork แตะที่ Use Packet Data
      เมื่อมีการเปิด Mobile Data ไว้ท่านก็จะสามารถใช้ Internet, e-mail, เข้าชม YouTube ฯลฯ ได้ แต่ทำนองเดียวกัน Smart Phone  จะทำการติดต่อกับเครือข่ายผู้ให้บริการ และทำให้ปริมาณการใช้  Data  ของท่านสูงขึ้น อย่างน่าตกใจ แม้ว่าท่านจะไม่ได้ใช้งานเลย ทั้งนี้เพราะมีการ Download หรือ Upload ข้อมูลของ Applications ต่างๆ ที่ติดตั้งไว้ในเครื่องโทรศัพท์มือถือโดยอัตโนมัติ  เช่น Facebook  ที่มีการแจ้ง  Update  ต่างๆ โดยอัตโนมัติ เว้นแต่ท่านจะตั้งไม่ให้ทำการ Update โดยอัตโนมัติ หรือให้แจ้งให้ทราบก่อน นอกจากนั้นด้านการใช้ Internet ซึ่งอาจใช้ข้อมูลมากกว่าที่ต้องการ ดังนั้นอาจจำเป็นต้องปิดการโหลดของข้อมูลในโหมดBackground ของ Applications เช่น กรณีของ Samsung Galaxy SIII ทำได้โดยไปที่ Data Usage --> แตะที่ด้านล่างสุดซ้ายมือ --> Restrict Background Data  -->  แตะ OK
2. การเชื่อมต่อ Wi-Fi การเปิดใช้ Wi-Fi ถ้าท่านมีระบ Wi-Fi ที่บ้านเป็นความสะดวกอย่างหนึ่ง แต่เมื่อไปสถานที่ต่างๆที่มีบริการ Wi-Fiสาธารณะ บางแห่งจะเข้าใช้งานได้ บางแห่งจะต้องมีรหัสผ่าน การใช้ Wi-Fi นั้น ได้ความเร็วสูง แต่ระยะทางสั้น  สำหรับเครื่อง Smart Phone ก็เหมือนกับอุปกรณ์อื่นๆอีกมากที่มี Sleep Mode หรือเพื่อประหยัดการใช้ไฟ แต่เป็นระบบ Standby เครื่องพร้อมที่จะใช้งาน ถ้ากดปุ่ม หรือเมื่อมีโทรศัพท์เข้ามา ถ้าเราสังเกตุเมนูการตั้ง Wi-Fi ถ้าเราตั้ง Keep Wi-Fi on during sleep แล้วตั้งที่ Always ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ถ้าเราไปปิด Wi-Fi ระบบ Android คงจะพยายามไปหาทางเข้าใช้ด้านอื่น คือไปทาง 3G/GPRS/EDGE  ซึ่งจะทำให้การใช้งาน Data เพิ่มขึ้น สำหรับการ Run ที่เป็น Background ทำให้เสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นได้
 
ตัวอย่างการที่ Smart Phone ทำงานเองโดยใช้เวลาไปถึง 777 นาที ใน 1 วันจากการทดลองเปิดเครื่องโทรศัพท์มือถือ โดยให้เชื่อมต่อ Mobile Data เอาไว้ พบว่าทำให้ชั่วโมงการใช้งานเพิ่มขึ้นตลอดเวลา ตามตัวอย่างข้างล่าง เพียง 1 วัน มีการใช้ GPRS/EGDE ถึง 777 นาที (ประมาณ 13 ชั่วโมงทั้งๆที่ไม่ได้ใช้เลย  ดังนั้น หากผู้ใช้ไม่ทราบเรื่องนี้ ก็จะต้องจ่ายค่าโทรศัพท์เพิ่มขึ้นมาก และก็คงมีคนที่ซื้อมาใช้ใหม่ๆ จำนวนหนึ่ง ที่ไม่ทราบ ก็ต้องจ่ายเงินให้บริษัทผู้ให้บริการไป





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น